Home Test TEST:มิชลิน LTX FORCE: “ลุยได้นุ่มได้”ไม่มีข้อจำกัด

TEST:มิชลิน LTX FORCE: “ลุยได้นุ่มได้”ไม่มีข้อจำกัด

437
0
SHARE

LTX FORCE: ถือเป็นการผสานที่ลงตัวมากระหว่างยางถนนกับยางออฟโรด นี่คือ สิ่งที่เราค้นหาและประทับใจ ในความลงตัว

หลังจากที่รถกระบะขับเคลื่อน4 ล้อ ใช้ยางเดิมจน จนเริ่มเห็นหมดสภาพนั่นคือ อาการเริ่มลื่นในจังหวะที่ไม่ควรและเริ่มระยะเบรกที่ยาวขึ้น ทำให้เรามองหายางเส้นใหม่มาใส่ล้อ
โจทย์ที่เราตองการ คือ ยางที่มีลักษณะเด่นในแง่ความสวยงาม แต่ต้องไม่เสียงดังและต้องใช้ได้ดีทั้งออฟโรด ออนโรด เพราะว่าในชีวิตจริงเราชอบที่จะเอารถคันนี้ไปเปื้อนฝุ่นแบบไม่หนักหนา เพื่อให้รถได้ใช้งานระบบขับเคลื่อน4ล้อบ้าง

ถนนทางเรียบนั้นเราใช้รถเป็นสัดส่วนที่สงแต่ หาได้ยางที่สามารถลุยทางขรุขระแบบไม่ถึงกับโหดก็จะดี

ออฟโรดหรือออนโรด
ยางรถขับเคลื่อน4ล้อสำหรับกระบะนั้นใช้งานได้หลายดอกยาง คือ ยางถนนที่เรียกว่า H/T ยางเอนกประสงค์(กึ่งออฟโรดและออนโรด)หรือยาง A/T และยางออฟโรดระดับงานลุยหรือ M/T ส่วนใหญ่ถ้ายางติดจากโรงงานมาจะเป็นยางถนนH/T แล้วคนใช้มาเปลี่ยนเป็นยางที่ต้องการเอาได้ แล้วแต่จุดประสงค์และสภาพการใช้งาน

สำหรับรถผมเราใช้ยาง ออฟโรดกับถนนดำ เราตัดส่วนของ M/T หรือ ยางลุยนั้นออก ติดไว้แทบไม่ได้ แต่จะให้มาใช้ยางแบบ H/T คือยางไฮเวย์ ดอกเรียบแบบยางรถเก๋ง จะกระไรอยู่เพราะจะทำให้รถขับสี่ล้อ กลายเป็นรถสองล้อเมื่อลงทางดิน อาจจะติดได้ง่าย เรามองที่‘มิชลิน แอลทีเอ็กซ์ ฟอร์ซ’  เป็นยางประเภท เอที(A/T) ที่ใช้งานได้ระหว่างกึ่งถนนและออฟโรด  เป็นยางรุ่นใหม่เปิดตัวมาประมาณ 1 ปีถือว่าเป็นเทคโนโลยีอัพเดทไม่เก่าเกินไป

ที่มา
มิชลิน ประเทศไทยได้แนะนำยางตัวนี้ สำหรับตลาดรถอเนกประสงค์ขับเคลื่อน 4 ล้อและยางรถกระบะยกสูงเปิดตัวยางตัวนี้มาตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค.60 โดยลูกค้าหาซื้อได้ที่เครือข่ายศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจร ‘ไทร์พลัส’ และร้านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของมิชลินทั่วประเทศ

เทตโนโลยีทางเรียบผสมออฟโรด
 ‘มิชลิน แอลทีเอ็กซ์ ฟอร์ซ’ (MICHELIN LTX FORCE) เป็นยางรุ่นล่าสุดสำหรับรถอเนกประสงค์ขับเคลื่อน 4 ล้อ และกระบะยกสูง ซึ่งตอบสนองทุกความต้องการใช้งานของผู้ขับขี่ด้วยการผสานคุณสมบัติและสมรรถนะของยางทางเรียบและยางออฟโรดเข้าด้วยกัน ยางรุ่นนี้มาพร้อมเทคโนโลยีที่ดีที่สุดสำหรับการขับขี่บนท้องถนนทั่วไปและเส้นทางออฟโรดเพื่อการใช้งานในทุกสภาพการขับขี่ สอดคล้องกับสโลแกน “ยางหนึ่งเดียว…พร้อมไปกับคุณทั้งทางเรียบทางลุย” (Whatever The Terrain, One Tyre Handles It.) ต้องบอกว่าโดยเกรดแล้ว มิชลินวางตัวเองสูงกว่า BF ในฐานะยางแม่ แต่มิชลินไม่ทำไลน์ยางแบบเฮฟวี่ ออฟโรดเหมือนBF แต่ผสมเอาความเป็นเก๋งเข้ามาในดอก ออฟโรด คอมพาวน์(สูตรเนื้อยาง)ยางนั้นล่ะคือสิ่งที่เรามองไม่เห็นเพราะเราเห็นแต่ดอกยาง คอมพาวน์จะแสดงความสามารถและสมรรณะตอนรถเคลื่อนที่

เทคโนโลยี

แอลทีเอ็กซ์ ฟอร์ซ ได้วางส่วนประกอบของเทคโนโลยีไว้ ต่างๆดังนี้
CompacTread
  ช่วยให้การขับขี่ มั่นคง มีการ เสริมแถบเนื้อยางระหว่างบล็อกดอกยาง เพื่อเพิ่มพื้นที่หน้าสัมผัสระหว่างยางกับผิวถนน ส่งผลให้มีประสิทธิภาพในการเบรกและเกาะถนนได้ดี

   เทคโนโลยี BevelTread คือการออกแบบขอบลายดอกยางแบบหลบมุม ช่วยตัดและกระจายความถี่ของเสียงรบกวน ส่งผลให้การขับขี่เงียบยิ่งขึ้น

เทคโนโลยี CushionGuard การออกแบบชั้นเนื้อยางใต้ฐานดอกยางให้มีความหนาเพิ่มขึ้นเพื่อช่วยดูดซับแรงสั่นสะเทือนและแรงกระแทกจากการขับขี่ ส่งผลให้มีความนุ่มสบายตลอดการขับขี่

เทคโนโลยี Biting Edge  การออกแบบขอบดอกยางบริเวณแก้มช่วยลดความเสียหายจากการบาดตำด้านข้างและเพิ่มแรงจิกตะกุย รวมทั้งการออกแบบร่องไหล่ยางแบบเปิดและลึก เพื่อเพิ่มสมรรถนะการยึดเกาะให้เป็นไปอย่างดีเยี่ยมเมื่อขับขี่บนเส้นทางออฟโรด

จุดเด่น 

เทคโนโลยีเพื่อการขับขี่บนเส้นทางออฟโรดและสูตรเนื้อยางของยาง มิชลิน แอลทีเอ็กซ์ ฟอร์ซ ได้รับการถ่ายทอดมาจากเทคโนโลยียางที่ใช้ในการแข่งขันแรลลี่ชิงแชมป์โลก หรือ ‘เวิลด์ แรลลี่ แชมเปี้ยนชิพ’ รายการแข่งรถที่ทรหดที่สุดรายการหนึ่งของโลก  เทคโนโลยียางทางเรียบยังช่วยเสริมให้ยางรุ่นนี้มีสมรรถนะในการเบรกที่สั้นกว่า 0.8 เมตร และมีอายุใช้งานที่ยาวนานขึ้นถึง 22% เมื่อเทียบกับยางรุ่นก่อน

ราคาและขนาด

ยางมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 15 และ 18 นิ้วให้เลือกรวมทั้งสิ้น 10 ขนาด ครอบคลุมการใช้งานร่วมกับรถยนต์หลายรุ่น สนนราคาอยู่ระหว่าง 4,350 – 7,990 บาทต่อเส้น ยางที่เลือกมาใช้ ได้เลือก ขนาดที่ลงตัวสำหรับล้อ 17 นิ้ว ราคา 6700บาท (โดยประมาณ)

ฝนตั้งเค้าตั้งแต่รับเราเข้าทดสอบ

การใช้งาน

อย่างที่เราตั้งเป้าไว้คือเราต้องการบางที่วางใจได้ บนถนนดำและลุยได้ในทางออฟโรด แบบไม่หนักหนาสาหัส มิชลิน แอลทีเอ็กซ์ ฟอร์ซ’ ออกมาเพื่อใช้ได้ในทุกสภาพการขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นถนนลาดยาง ถนนคอนกรีต เส้นทางธรรมชาติ ถนนลูกรัง พื้นทราย และเส้นทางที่เป็นดินโคลนเปียกแฉะ
รถปัจจุบันแม้จะมีระบบขับเคลื่อน4 ล้อเพื่อใช้ในทางทรกันดารแต่ส่วนใหญ่เมืองไทย ก็ถนอมรถไม่อยากให้เปื้อน ดังนั้นแทบจะไม่มีใครเอาลงทางดินเลย สำหรับคนที่ใส่ยางที่มีสัดส่วนทางดินมาก ก็จะเน้นเรื่องหล่อ สวยงามเป็นหลักซึ่งก็น่าเสียดายที่ลงทุนกับยางทางออฟโรดไปแล้ว ใช้มันเสียบ้าง และหากเป็นแบบนี้ยางที่มีคุณสมบัติที่ผสมผสานน่าจะเหมาะ ส่วนผมใช้ลงทางดินประมาณ 40% ก็ถือว่าโอเคร

รถที่ใช้ได้
ในสเปคของมิชลิน แอลทีเอ็กซ์ ฟอร์ซ มีกลุ่มเป้าหมายคือ ผู้ขับขี่ที่ใช้ชีวิตประจำวัน หรือเดินทางท่องเที่ยวมีกิจกรรมที่อาจจำเป็นต้องขับขี่ทั้งบนถนนทั่วไปและเส้นทางออฟโรด รถกลุ่มนี้ได้แก่รถตรวจการณ์หรือ เอสยูวี (พีพีวี)  ทั้งเล็กและใหญ่ รถครอสโอเวอร์(กึ่งตรวจการกึ่งนั่ง)  รถกระบะแบบ4 ประตูยกสูง และรถกระบะขับเคลื่อน4 ล้อ  ตัวอย่างรถที่เหมาะสมเช่น โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ มิตซูบิชิ ปาเจโรสปอร์ตและ เอ็กซ์แพนเดอร์ ,มาสด้า BT-50โปร ,มาสด้า Cx-5 CX-3  ฮอนด้า CR-V ,HR-V นิสสัน กระบะ นิสสัน ,เทอร์ร่า,เอ็กซ์เทรล, อีซูซู ทุกรุ่น ยกเว้นรุ่นขับเคลื่อน2 ล้อตัวธรรมดาหัวเดี่ยว, ฟอร์ด เรนเจอร์ ตัวขับ4และยกสูง ,เอเวอร์เรสต์,ฯลฯ รถที่ไม่แนะนำคือรถเก๋งนั่งทั่วไป อีโคคาร์ รถสปอร์ต รถซูเปอร์ คาร์ เพราะไม่เหมาะสม

BT-50 Pro อีกคันกำลังติดตั้ง LTX ขนาด17 เหมือนกัน

ทดลองขับ

หลังจากเลือกและติดตั้งตามขั้นตอนซึ่งการเปลี่ยนยาง4เส้นจะต้องถ่วงล้อและตั้งศูนย์ล้อใหม่ ล้อที่ใช้เป็นขอบ17นิ้วเทียบกับมาตรฐานแล้วใหญ่กว่าล้อเดิมติดรถที่มีขนาด16นิ้ว

หน้าตา ความหล่อ
หน้าตาของยาง ถือว่าหล่อระดับผู้ดีเลยทีเดียว บล็อคไม่ใหญ่ แกะกะ หน้ายางจัดวางเรียกบล็อคสวย มีรายละเอียดมาก มิชลินทำส่วนนี้ได้ดี ความดุดันแบบ ยางผู้น้องคือบีเอฟ ฯไม่มีให้เห็นแต่ดูจะมีกลิ่นอายบล็อคบางก้อนคล้ายๆกัน โดยเฉพาะตรงไหล่ยาง  ส่วนร่องยางลึกดี ถูกใจมากในขณะที่แก้มยางมีการลงรายละเอียด มองเห็นชัดเจนไม่โล้นโล่ง ติดกับรถแล้วรู้สึกว่า งานลุยก็มางานนุ่มก็น่าจะมา การหล่อแบบผู้ดีของ แอลทีเอ็กซ์ ได้คะแนนไป

เทียบลายกับยางBF ไหล่คล้ายๆ กัน

ใส่มาเสร็จลุยทางดำ เป้ายหมายคือ รันอินยาง ประมาณ 500 กิโลเมตรการติดยางใหม่ๆ ต้องขับอย่างระมัดระวัง   การเปลี่ยนยางใหม่สำคัญมากเราไม่ควรขับด้วยการเร่งและเบรกหนักๆ เนื่องจากหน้ายาง คอมพาวน์ยางยังไม่ปรับตัว ระยะเบรกมักจะยาวกว่าระยะเบรกปกติ ยางใหม่เป็นช่วงที่ควรขับระวังอย่างยิ่ง การรันอินยางยังมีส่วนลดการสึกหรอของยางได้ นอกจากนี้ยังเป็นการทดสอบระบบเชื่อมโยงต่างๆเช่น ล้อ ความแน่นของน็อตล้อและการบังคับเลี้ยวที่ถูกปรับแต่งใหม่ไปในตัว

สัมผัสแรก
พวงมาลัยของรถ เป็นจริงมากขึ้นทันทีที่ได้รับยางใหม่จากเดิมค่อนข้างไว กริปถนนมาเต็ม ทางดำที่ขรุขระสัมผัส ความกระชับของอาการรถได้ เสียงถนนเปลี่ยนไปครับแต่ไม่ได้รำคาญ เสียงทึบและหนักแน่นขึ้นเมื่อยางข้ามรอยต่อถนน ความมั่นใจในการคุมรถ ดีขึ้นมากกว่าเดิม ด้วยความเป็นยางใหม่ส่วนหนึ่ง

ถนนคอนกรีตคือบททดสอบอีกส่วนหนึ่งเนื่องจาก เป็นผิวที่มักมีลอนเล็กๆ ตลอดนอกจากนี้ส่วนผสมของคอนกรีตมีกรวดเล็กๆ อัดแน่นมันทำให้เกิดช่องว่างและเป็นต้นตอนของเสียงที่จะเกิดขึ้นเมื่อวิ่งผ่าน ยางดอกบั้งหยาบ แบบA/Tมีเสียงดังขึ้นมาแน่นอน ส่วนดอกละเอียดแบบยางไฮเวย์ก็จะมีเสียงอีกแบบหนึ่ง

เสียงความเงียบ
แอลทีเอ็กซ์ ฟอร์ซมีเสียงดังน้อยมาก เสียงที่ได้ยินไม่ได้เกิดจากบล็อคฟาดถนนไม่ไม่ได้สร้างความรำคาญแต่อย่างใด ระดับเสียงที่ข้ามผ่านร่องถนนก็ถือว่าเงียบดีมาก ซึ่งเป็นสิ่งที่โดดเด่นของยางที่รับรู้ได้ ส่วนนี้

 

สุดยอดบนทางดำเปียกชิ้น

บ้านเรามีลักษณะถนนที่เปียกชื้น แม้ในฤดูร้อนเราก็อาจพบกับถนนที่ลื่นได้ หลังจากนั้นเรามีโอกาสสัมผัสจุดเด่นของ แอลทีเอ็กซ์ ฟอร์ซ บนถนนแห้งในวันถัดมาด้วยการ ที่เดินทางบนไฮเวย์ ถนนสายA1 และA32 ท่ามกลางสายฝนตกหนักแบบไม่ธรรมดาแต่เป็นสายฝนหนาจนทำให้รถเล็กๆต้องหยุดรอ”ฝนคลายเม็ด”ลงเสียก่อน

เราใช้จังหวะนี้ ทดสอบประสิทธิภาพของ”เนื้อยาง”และดอกยางในการรีดน้ำ ถนนเปียกมาก แต่เราลองวิ่งด้วยความเร็วปกติ  แอลทีเอ็กซ์ ฟอร์ซ ฉีกผิวน้ำด้วยร่องยางไปง่ายๆ  ยังมีความมั่นคงและมั่นใจบนผิวถนนน้ำขังสูงต่อเนื่องราวกับ แอ่งน้ำใน สนาม”บรูฟวิ่งกราวน์”ของลาดูซ์( Ladoux) (ศูนย์R&Dมิชลินในฝรั่งเศษ)รถมีโอกาส เหินน้ำได้ตลอดเวลา เป็นช่วงเวลาที่น่าจะหยุดวิ่งได้แล้วในสภาพเช่นนี้แต่เรายังคิดว่าอาการมั่นคงของรถยังมี แม้ในทางโค้ง ก็ยังคงรักษาความมั่นใจไว้ได้ ต้องยอมรับว่าถ้าไม่ได้ยางใหม่ น่าจะจอดสักพัก เราใช้ความเร็วปกติ เหมือนทางแห้งเพื่อลองยางระยะสั้นๆ แล้วก็ลดลงมายังโหมดที่เราคิดว่าปลอดภัย ถ้าถนนดำสภาพเปียกมีน้ำ แอลทีเอ็กซ์ ฟอร์ซ เด่นเลยทีเดียวเพราะ ‘มิชลิน แอลทีเอ็กซ์ ฟอร์ซ’ ช่วยให้ขับขี่ได้อย่างมั่นใจเอาไป4ดาว

ทางดินร่วนและทราย
รูปลักษณ์ของแอลทีเอ็กซ์ ฟอร์ซ  พอมองแล้วก็น่าจะแข็งแกร่งในทางดินเพราะว่า ดอกยางที่ออกแบบมามีไหล่ลึกด้วยดอกยาง เราลุยทางดินด้วยสภาพลูกรังและทางทราย มีน้ำเปียก  ในทางกรวดพอยางสัมผัสดิน กลายเป็นว่า รถมีอาการ”นุ่ม”อย่างเด่นชัด เสียงหินก้อนเล็กสาดกระเซ็นไปรอบๆตัวรถ คิดว่ามันคงจะฉีกดอกใหม่ของเราจนเกิดร่องรอยแน่ๆ กริปของยางยังคงมั่นคง ยางเกาะดินคมรถได้อย่างน่าพอใจ ดอกยางดูดกรวดเล็กๆ ไว้ในร่องนี่อาจจะเป็นเพราะร่องถี่ไปเพื่อความนุ่มและการเบรกหยุด

การสลัดกรวดจึงสู้เจ้าอื่นไม่ได้ในขณะที่ทางดินทรายถือว่าดีเยี่ยมเพราะว่า ไปนิ่งๆแบบเดี่ยวกับทางแข็งเลย ส่วนดินเหนียว นั้นสภาพทางที่เราขับมีน้ำเปียกชื้น อาการดอกจม เพราะดินดูด เลยไม่สร้างปัญหาให้เรา

สรุป
นอกจากรูปแบบการออกแบบสวยงาม มีภาพพจน์และความน่าเชื่อถือ ของแบรนด์มิชลิน แล้วแอลทีเอ็กซ์ ฟอร์ซ’เป็นยางที่น่าพอใจ สำหรับคนที่อยากจะขับรถไปถึงขีดจำกัดของความเร็ว ในถนนเปียกและมีทางโค้ง ใช้งานบนถนนดำ และออฟโรด และทราย  แอลทีเอ็กซ์ ฟอร์ซถือว่าเป็น ยางสำหรับSUV และกระบะยกสูงที่ดีที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาดขณะนี้

ติดตาม LTX FORCE :Long-term testdrive 30,000 กิโลเมตรเร็วๆ นี้

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here